Karyou-chan View my profile

เราคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าช่วงปีนี้เป็นปีทองของวงการบันเทิงเกาหลีจริงๆ อาจนับได้ว่ามีศิลปินหน้าใหม่พากันแจ้งเกิดเข้าสู่วงการอย่างต่อเนื่องประมาณสองสามอาทิตย์ต่อกลุ่มเลยก็ว่าได้ และในวันนี้ เราจะมานั่งคุยกับศิลปินฝึกหัด ว่าที่ไอดอลรายต่อไปถึงเรื่องราวการฝึกฝนไปจนถึงอุปสรรคต่างๆที่พวกเขาจะต้องฝ่าฟันเพื่อให้ได้แจ้งเกิดในฐานะไอดอลหน้าใหม่ ท่ามกลางสงครามอันดุเดือดของธุรกิจบันเทิงเกาหลี กว่าจะมาเป็นศิลปินปรากฏโฉมบนเวทีและประสบความสำเร็จได้ในทุกวันนี้ พวกเขาเหล่านั้นจะต้องผ่านอะไรมาบ้างกันนะ? เรามาร่วมรับรู้ถึงเบื้องหลังของไอดอลด้วยกันเถอะ!
 
เอเจนซีใจดี ผู้ซึ่งยอมให้เรา (ในที่นี้คือสำนักข่าว Sport Seoul ผู้เป็นเจ้าของบทความนะคะ แฮ่~) เข้าไปล้วงลับถึงความเป็นไปในการเทรนเหล่าเด็กๆผู้ใฝ่ฝันอยากจะไปอยู่ด้านหน้าของแสงไฟและเหล่าแฟนๆในคราวนี้ ได้แก่ CUBE Entertainment และไกด์กิตติมศักดิ์ผู้ที่จะเป็นคนพาเราทัวร์แบบเจาะลึกถึงทุกซอกทุกมุมใน CUBE Ent. จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากเทรนนีผู้คุ้นเคยเป็นอย่างดีกับบริษัทนี้ อิมฮยอนซิคและฮันเยจี
 
 
 
นักศึกษามหาวิทยาลัยหนุ่มน้อยอายุ 19 จากอิลซาน ฮยอนซิค ผู้เปี่ยมล้นไปทั้งความมุ่งมั่นตั้งใจและพลังงานอย่างล้นเหลือ ได้เข้ามาเป็นศิลปินฝึกหัดสายนักร้องของทาง CUBE Ent.มาร่วมสองปีแล้ว ทุกเช้าฮยอนซิคจะเป็นเทรนนีคนแรกๆที่มาถึงห้องฝึกซ้อมเสมอ และหลังจากฝึกซ้อมในตอนเช้าเสร็จประมาณ 10:00 น. เขาก็จะนั่งรถกลับบ้านไปยังอิลซานทันที (สุด...ยอด!!) และแน่นอน การฝึกซ้อมที่หนัก และการเดินทางไกลตลอดทำให้เขามีเวลาพักผ่อนต่อวันอย่างมากไม่เกินห้าชั่วโมงเท่านั้น (คุณพี่โคตรเข้าใจฟีลคุณน้องเลยว่ะค่ะ ตอนคุณพี่ปั่นรายงานบวก ปั่นงานควบหนักๆ คุณพี่ก็ได้นอนน้อยอย่างน้องจนมีสภาพเหมือนซอมบี้เมาค้างไปที่ทำงานก็บ่อยอยู่ เอิ๊กกส์~) <<แล้วมันจะประจานตัวเองออกสื่อทำไม?
 
“ทุกๆวันผมต้องคอยเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าไม่ให้ตัวเองนอนหลับมากเกินไป แน่นอน ผมน่ะทั้งเหนื่อยทั้งเพลียเอามากๆเลยล่ะครับ แต่ผมก็มีความสุขมากๆเช่นกันนะ...เสียอย่างเดียว เพราะบ้านของผมมันอยู่ไกลมาก ผมจึงต้องใช้เวลาเดินทางมากกว่าคนอื่นเขาเสมอ และนั่นมันทำให้ผมมีเวลาซ้อมน้อยกว่าคนอื่นเขาน่ะครับ” หนุ่มฮยอนซิคกล่าวกับเรา
 
เช่นกันกับสาวเยจีวัย 17 ผู้ผ่านการออดิชั่นกับเอเจนซีอื่นมาแล้วถึง 15 บริษัท ก่อนที่จะได้มาเป็นศิลปินฝึกหัดในสังกัด CUBE Ent. ที่ต้องแบ่งเวลาทั้งในด้านการเรียนระดับชั้นมัธยมปลายและการฝึกซ้อมในฐานะเทรนนี โดยทางค่ายจะไม่ยอมให้เธอโดดเรียนหรือหยุดเรียนมาฝึกซ้อมอย่างเด็ดขาด “ฉันมักจะตื่นนอนตอน 06:30 น. ไปเรียน แล้วหลังเลิกเรียนก็ไปฝึกซ้อมจนถึงประมาณ 22:00 น. ก่อนจะเข้านอนตอน 01:00 น. น่ะค่ะ” สาวเยจีเล่าให้ฟังคร่าวๆถึงตารางในแต่ละวันของเธอ
 
“จริงๆแล้วฉันก็รู้นะคะว่าการเป็นเด็กฝึกเนี่ยมันเหนื่อย แต่พอเอาเข้าจริงๆ ฉันไม่นึกเลยว่ามันจะทั้งหนักแล้วก็ทั้งเหนื่อยขนาดนี้น่ะค่ะ” “จริงครับ” ฮยอนซิครีบเสริม “ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่ากว่าที่จะมาเป็นไอดอลได้เนี่ยมันจะทั้งหนักหนา ทั้งสาหัสขนาดนี้”
 
 
 
 
เมื่อขอให้เล่าถึงช็อตเด็ดของ ‘ความยากลำบากของการเป็นเด็กฝึก’ ให้พวกเราฟัง สาวเยจินรีบเอ่ยถึงการควบคุมน้ำหนักทันที “การไดเอ็ตเป็นเรื่องที่ทรมานมากจริงๆค่ะ อย่างฉันน่ะเป็นคนที่ชอบทานต็อกโบกเอามากๆ แต่เพราะต็อกโบกกีทำให้น้ำหนักชั้นขึ้นง่ายมากๆ ทำให้ฉันไม่สามารถที่จะทานโบกกีของชอบได้อย่างใจอยากอีกต่อไปน่ะค่ะ”
 
“สำหรับผมแล้ว ผมมักจะเป็นกังวลเสมอเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ทำนองว่า ‘ถ้าผมเผลอลื่นล้มหรือทำอะไรแย่ๆออกไปในขณะที่กำลังแสดงอยู่บนเวทีล่ะ?’ น่ะครับ...ถึงแม้ว่าเราจะได้รับการเทรน ‘วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า’ มาแล้วก็ตามเถอะ จริงๆนะ...ถึงผมจะฝึกซ้อมหนักแค่ไหนก็ยังคงกังวลกับเรื่องนี้อยู่ดี” ฮยอนซิคเล่าถึงความกังวลที่อยู่ในใจของเขาให้เราฟังบ้าง
 
ศิลปินฝึกหัดแต่ละคนอาจมีความเครียดและกังวลแตกต่างกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนกังวลลึกๆอยู่ในใจคงหนีไม่พ้นการออกเดบิวต์ของตน เช่นเดียวกับฮยอนซิค “ผมเองเคยคิดสมมติถึงการเดบิวต์ของตัวผมเองด้วยล่ะครับ” หนุ่มน้อยเทรนนีกล่าว
 
“แล้วผมก็กังวลขึ้นมา ว่าผมเดบิวต์แล้วมันจะประสบความสำเร็จมั๊ยน๊า? ทุกคนจะต้อนรับผมหรือเปล่า? อะไรทำนองนี้น่ะฮะ...พอคิดแบบนี้ขึ้นมา ผมก็อดรู้สึกไม่มั่นใจขึ้นมาไปซะทุกทีเลยล่ะครับ” ถึงตรงนี้ สาวเยจินผงกศีรษะเห็นด้วยกับฮยอนซิคทันที “จริงค่ะ” เธอกล่าวเสริม “ฉันเองก็คอยฝึกฝนตัวเองให้พร้อมสมบูรณ์สำหรับวันเดบิวต์ เพื่อที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์อะไรแย่ๆที่มาจากการไม่พร้อมของตัวฉันเอง และเพื่อให้การเดบิวต์ของฉันประสบความสำเร็จ มีเสียงตอบรับเป็นอย่างดีเหมือนกัน”
 
เพื่อการนั้น การฝึกหนักในคลาส จะสามารถช่วยอุดช่องว่างต่างๆที่เหล่าศิลปินฝึกหัดทั้งหลายกังวลอยู่ไปได้ ขอเพียงมีความมุ่งมั่นและตั้งใจจริง หากแต่การปรับตารางชีวิตของตนเองให้เข้ากับตารางการฝึกซ้อมอันเข้มงวดนี้ล่ะ จะเป็นอย่างไรกัน?
 
“พวกเราจะฝึกซ้อมกันไปเรื่อยๆจนกว่าจะพอใจครับ เป็นเรื่องดีออกที่เห็นตัวเราเองสามารถพัฒนาศักยภาพได้ดียิ่งขึ้นไปอีกเรื่อยๆ อย่างงานโชว์เคสของทางบริษัทที่ผ่านมา มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อมากๆที่พวกเราเหล่าเด็กฝึกได้เข้าร่วมในงานแสดงครั้งนี้ ถึงแม้มันจะเหน็ดเหนื่อยขนาดไหนกว่าที่จะก้าวมายืนตรงถึงจุดนี้ได้ แต่เมื่อพวกเราได้มีโอกาสได้ขึ้นไปบนเวทีจริงๆซักครั้งแล้ว ความดีใจมันทำให้เราหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยล่ะครับ” ฮยอนซิคกล่าว
 
“ผมใฝ่ฝันที่จะเป็นศิลปิน ได้ขึ้นไปร้องเพลงอยู่บนเวทีและประสบความสำเร็จครับ” หนุ่มน้อยเทรนนีวัย 19 กล่าวต่อถึงความฝันของเขา “และหลังจากนั้น ผมก็อยากจะเขียนเพลงที่ผมร้องด้วยตัวของผมเองด้วยครับ”
 
โชคร้ายที่ชีวิตไม่มีอะไรราบรื่นและสุขสมหวังไปเสียทุกอย่างดังเทพนิยาย ฮยอนซิคต้องใช้ความตั้งใจอย่างมากในการฝึกซ้อมและเรียนรู้ในฐานะศิลปินฝึกหัด นับตั้งแต่ที่เขาพยายามอย่างหนักจนได้ก้าวเข้ามาเป็นหนึ่งในเทรนนีของ CUBE Ent. มาประมาณสองปี “ถ้าบอกว่าไม่เหนื่อย ไม่ท้อเลย ก็คงจะโกหกนะครับ” ชายหนุ่มกล่าว “แต่ในช่วงเวลาเกือบสองปีที่ผ่านมาผมได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมายเลยทีเดียว และผมเชื่อว่าสิ่งต่างๆที่ผมได้เรียนรู้มานี้จะต้องเป็นประโยชน์ต่อการเป็นศิลปินของผมในวันข้างหน้าอย่างแน่นอนครับ”
 
 
 
 
ทู บี คอนตินิว ในพาร์ทสองนะจ๊ะ~อิ อิ XP
 
 
 
 
Credits
Orginal article: news.sportsseoul.com
English translated article: allkpop.com
Thai translated: @GiffyKaryoujy and @attwelveoclock
Please take out with full credit, thanks.
 
 
 
Note: บทความนี้เราแปลมาจากทั้งตัวต้นฉบับ (อาศัยกูเกิลช่วยแปลเป็นอังกฤษเอาอีกที แฮ่~เพราะมันเป็นเกาหลีล้วน ไม่สามารถจริงๆฮ่ะ) และตัวที่อีดิตเป็นภาษาอังกฤษเรียบร้อยแล้วนะคะ หากใครอ่านจากต้นฉบับไหนแล้วรู้สึกว่ามันไม่เหมือนกันต้องขออนุญาตบอกก่อนค่ะว่าเราแปลมาจากทั้ง2ที่เลย...ซึ่ง...มันเขียนและเรียบเรียงไม่เหมือนกันเลยนี่สิ ฮ่าๆ TwT แต่ก็เถอะ...ถ้าแปลผิดพลาดตรงไหนต้องขออภัยด้วยจริงๆนะคะ